Wednesday, July 15, 2015

นางพิมขนาดบูชา ฐานดำเซ็น ๗ ท่า ครอบจักรวาล หลวงปู่อั๊บ วัดท้องไทร

นางพิมขนาดบูชา ฐานดำเซ็น ๗ ท่า ครอบจักรวาล หลวงปู่อั๊บ วัดท้องไทร

แม่พิม หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อหรือคุ้นกันดี แม่พิมนี้เป็นยันต์ด้านพุทธคุณที่มีอานุภาพเข้มขลังครอบจักรวาล ตามจิตของผู้อธิษฐาน แรกเดิมทีนั้นเป็นยันต์ที่หลวงปู่ใช้สักบริเวณหน้าขา ยันต์แม่พิมนี้มีลักษณะเป็นรูปของหญิงเพศแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องทรง และมีขาเด็กโผล่ออกมาบริเวณลำตัวด้านล่าง มีอักขระยันต์ล้อมองค์แม่พิมเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม นี่คือยันต์แม่พิมที่กล่าวมาในข้างต้น และนิยมใช้สักในปัจจุบัน.. ตอนหลังมักปรากฏเป็นเครื่องรางที่นำมาไว้พกบูชาติดตัว เพราะบางคนที่อยากมีไว้บูชานั้น และบางคนที่ไม่นิยมในการสักยันต์ หลวงปู่ท่านเลยได้ลงเป็นตะกรุด ผ้ายันต์ รูปเหมือนลอยองค์ขนาดบูชา มีทั้งเป็นเนื้อเรซิ่นและเนื้อดินโป่ง ส่วนแม่พิมสำหรับติดตัว เท่าที่ทราบมามีหลายแบบ เช่น เนื้อดินโป่ง เนื้อว่านงาแกะ กะลาแกะ และเนื้อตะกั่ว ยันต์แม่พิมนี้มีพุทธคุณและอานุภาพเข้มขลังในทุกๆด้าน เช่น เมตามหานิยม มหาเสน่ห์ ค้าขาย และแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ อุปเทห์ในการใช้นั้น ให้ใช้เหล้าประพรมหรือแตะแต้มบริเวณที่ปากหรือตัวยันต์นางพิมพร้อมภาวนาพระ คาถาที่มีอยู่ 7 ตัวว่า.. "อุ กะ ปะ สะ หะ นะ พุท" แล้วตั้งจิตอธิษบานตามปรารถนา ไม่ว่าจะออกไปค้าขาย หาเงินหาทอง พึงพยายามใช้เหล้าแตะทุกๆวัน ยิ่งทำทุกวันด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาจะเห็นอานุภาพอันเข้มขลังด้วยตัวท่าน เอง หากจะใช้เป็นทางอยู่ยงคงกระพัน เวลาเข้าที่คับขัน จวนตัว ให้เปลี่ยนคำเรียกจากนางพิมเป็นนางดื้อ ยันต์นี้มีอานุภาพนานัปการพึงควรใช้และอธิษฐานเอาเถิด (ห้ามนำไปใช้ในทางทุจริตจักไม่บังเกิดผล)

รูปหล่อ นางพิม ขนาดบูชา ฐานดำเซ็น 7 ท่า ครอบจักรวาล หลวงปู่อั๊บ วัดท้องไทร รุ่นนี้จัดสร้างโดยวัดเขาช่องกลิ้งช่องกรด จังหวัดกาญจนบุรี  และนำมาให้หลวงปู่อั๊บปลุกเสก  หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูง 7.8 นิ้ว สร้าง 1589 องค์ มีหมายเลขกำกับทุกองค์

อุปเทห์ในการใช้


ให้ใช้เหล้าพรมหรือแตะแต้มที่ปากตัวยันต์นางพิม พร้อมกับว่าพระคาถาที่อยู่ 7 ตัวว่า "อุ กะ ปะ สะ หะ นะ พุท" ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นแล้วตั้งจิตอธิษฐานตามความปรารถนาไม่ว่าจะออกไปค้าขาย หาเงินหาทอง พึงพยายามใช้เหล้าแตะแต้มทุกๆวัน ยิ่งทำทุกวันจะยิ่งเห็นอิทธิฤทธิ์อานุภาพอันเข้มขลังด้วยตนเอง หากใช้เป็นทางอยู๋ยงคงกระพัน ให้เปลี่ยนคำเรียกจากนางพิมเป็นนางดื้อเมื่อเวลาเข้าที่คับขัน อุปเท่ห์นั้นสุดจะบรรยายได้หมด “

Tuesday, July 14, 2015

ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร



ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ 

วันที่ ๘ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ พศ.๒๕๕๘ ซึ่งเป็นฤกษ์ดีมาก หลวงพ่อได้จัดทำตะกรุดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ คือ ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ อุปเท่ห์ใช้ในทางมหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ใช้ดีทั้ง๘ ทิศ ๘ ด้าน หลวงพ่อท่านจารเองทุกดอก

แผ่นเงิน จัดสร้าง ๘ ดอก ตอกเลข ตอกโค๊ต ทุกดอก ทำบุญดอกล่ะ ๑๕๐๐ บาท ตะกรุดยาว ๕x๕"
แผ่นทองแดง จัดสร้าง ๑๘ ดอก ตอกเลข ตอกโค๊ต ทุกดอก ทำบุญดอกล่ะ ๕๐๐ บาท ตะกรุดยาว ๕x๕"



ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ  พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร


ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ  พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร
ตะกรุดอิติปิโส ๘ ทิศ  พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร



มีดหมอเล็กด้ามเสือ หลวงพ่อเอนก ปญฺญาวุโธ วัดปรีดาราม

มีดหมอเล็กด้ามเสือ หลวงพ่อเอนก ปญฺญาวุโธ วัดปรีดาราม 


มีดหมอเล็กด้ามเสือ ปลอกและด้ามทำมาจากเขาควาย ฝีมือแกะเข้าเล่มโดย หลวงพี่เนตรหลวงพ่อเอนก จารอักขระปลุกเสกเข้มขลัง ครับ สร้างแค่ ๑๑ เล่ม  ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๘


ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๘

ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๘

ฤษีหน้าเสือ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ

ฤษีหน้าเสือ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ 



ฤษีหน้าเสือ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ
มวลสารหลักๆประกอบไปด้วย มวลสารศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ชาญ, หนังเสือ ,   กระดูกเสือ , ปลุกเสกตลอดไตรมาสโดยหลวงปู่ชาญ 

เจิมด้วยน้ำมันเสือหลวงปู่ชาญ

Friday, July 10, 2015

หน้าหนุมานมหาปราบ พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

หน้าหนุมานมหาปราบ พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร


หน้าหนุมานมหาปราบ หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เงินรายได้ทั้งหมด ถวายหลวงพ่อ มอบเข้ากองทุนสุขภาพ ไว้รักษาค่ารักษาพยาบาลหลวงพ่อยามอาพาธ


จำนวนจัดสร้าง
๑. เนื้อเงิน จำนวน ๑๑๐
๒.ชุดกรรมการ สร้าง ๙๙ ชุด ตอก ๑-๙๙ หนึ่งชุดมี ๓ เนื้อ
  ๒.๑ ทองแดงนอก
  ๒.๒ สัตตะ
  ๒.๓ สัมฤทธิ์(เหลือง)
๓. เนื้อชนวน จำนวนสร้าง ๙๙ องค์ ตอกโค๊ต ตอกเลข
๔. แบบช่อ ๑๙ หน้า จำนวน


หน้าหนุมานทั้งหมดนำมาไว้ที่หน้าหิ้วพระหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อจะปลุกเสกพระที่หน้าหิ้งทุกเข้าก่อนออกบิณฑบาตร และจะนำเข้าพิธีเสกปิดครั้งสุดท้ายในวันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๕๘ ในงานวันฉลองอายุครบรอบ ๕๘ ปี ณ.คณะ ๔ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร







พระพิฆเนศบรมครูเนื้อผงล้วนฝังตะกรุด พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์ เชียงใหม่

พระพิฆเนศบรมครูเนื้อผงล้วนฝังตะกรุด พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์ เชียงใหม่


พระพิฆเนศบรมครูเนื้อผงล้วนฝังตะกรุด พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์ เชียงใหม่

“ผู้ใดต้องการความสำเร็จให้บูชาพระพิฆเนศ”

“ผู้ใดต้องการพ้นจากความขัดข้องทั้งปวงให้บูชาพระพิฆเนศ”
องค์พระพิฆเนศบรมครูรุ่นนี้เป็นเนื้อผงที่พระอาจารย์ท่านได้นำมวลสารต่างๆที่รวบรวมไว้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เช่นผงพุทธวิเศษทั้ง ๕ คือ อธิเจ ปถมัง ตรีนิสิงเห มหาราช พุทธคุณ และผงพุทธคุรของหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ผงว่านมหาเสน่ห์ ผงดอกพิกุลร้อยปี ผงพุทธคุณเก่าของครูบาอาจารย์ที่พระอาจารย์ท่านได้รวบรวมไว้อีกนับร้อยอย่างมวลสารล้วนๆ ๙๐% อีก ๑๐% ใส่ปูนเปลือกหอยเพื่อเป็นตัวประสานเท่านั้นเอง

พระอาจารย์พรสิทธิ์ พระอาจารย์อาคมขลัง ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส พระผู้เปรียบประดุจช้างเผือกกลางดง สมถะ มักน้อย สันโดษ มีเพียงเพิงกระต๊อบหลังเล็กๆ เป็นที่พำนัก (จำวัด) พระผู้ซ่อนเร้นอยู่กลางดง ผู้ถูกขนานนาม  “จอมขมังเวทย์แห่งสันป่าตอง” ปฐมบทแห่งวิชาท่านสืบทอดวิชาจากโยมบิดา อาทิ วิชาหายตัว (กำบังกาย),วิชารักษาโรคต่างๆ, วิชาเขียนเลขยันต์, วิชาทำตะกรุดกันผี, ทำตะกรุดใบลานใบโพธิ์ ๑๐๐ วัด, วิชาทำตะกรุด พระง่าง,วิชาทำเทียนต่างๆ, วิชาเอกของท่านคือ วิชาพญาเสือโคร่ง, วิชา พญาหนุมาน, พญาปุริสศาสตร์ ฯลฯ พระอาจารย์พรสิทธิ์ ท่านศึกษาตำรับวิชาต่างๆ ทางสายล้านนา-ล้านช้าง มีครูบาอาจารย์มากมายกล่าวไม่หมด ทั้งทางภาคเหนือ-กลาง-อีสาน และใต้ ทางด้านวิชานั้นท่านได้ศึกษามาหลายแขนงมาก ศึกษาวิชาจากพวกเงี้ยว ชาวเขา กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ พม่า มอญ ทางสายอีสาน ลาว เขมร ท่านก็ลุยมาจนหมดสิ้น ด้านอักขระเลขยันต์ ตัวเมือง ตัวมอญ ตัวขอมท่านก็แตกฉานไม่แพ้ผู้ใด ที่สำคัญลายมือท่านสวยมาก ลงจาร สักยันต์  หรือวาดรูปได้โดยไม่ต้องร่างแบบ เรียกได้ว่าเจนจบครบถ้วนกระบวนความเลยทีเดียว

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์


วัวธนูเป็นสุดยอดเครื่องรางชนิดหนึ่งตั้งแต่โบราณ คุณสมบัติของเครื่องรางชนิดนี้ คือการป้องกันคุ้มครองผู้บูชาให้พ้นภยันตรายจากภูติผีปิศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ แม้แต่ผู้ปองร้าย หรือโจรขโมยจะขึ้นบ้านก็ยังช่วยขับไล่ได้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตา ค้าขาย

พระอาจารย์พรสิทธิ์ ท่านได้สร้างวัวธนู มาแล้วสองรุ่นรุ่นด้วยกันซึ้งทั้งสองรุ่นล้วนเป็นผงดินอาถรรพณ์ แต่ละรุ่นมีประสบการณ์ หายาก ราคาบูชาก็ขยับสูงขึ้น ใครมีต่างก็หวงแหน พระอาจาร์ยเลยสร้างวัวธนูชุดใหม่เนื้อเป็นโลหะถือว่าเป็นวัวธนูเนื้อโลหะรุ่นแรกพระอาจารย์พรสิทธิ์

วัวอุศุภราชเป็นวัวที่รู้ภาษาคน ซึ่งวัวอุศุภราชยังเป็นวิชาที่หมอทำคุณไสยไม่ว่าจะเขมรพม่ากระเหลียงกลัวมาก โดยหากผู้ที่มีวิชาวัวอุศุภราชปล่อยวัวหมายถึงผู้ที่ต้องวิชาจะได้รับอันตรายถึงชีวิต 9ในสิบจะไม่รอดมีอันเป็นไป
วัวธนูยังเป็นคู่ปรับของเสือด้วยไม่ว่าจะเป็นเสือเย็น(เสือสมิง)ก็ต้องกลัววิชาวัวธนูมาก  วัวธนูเป็นวิชาที่สูงสุดในบรรดาวิชาไสยศาสตร์

เอาไว้รวมกัอย่างอื่นได้แต่คุณบอกกล่าววัว่าห้ามชนกุมารทองและสัตว์ต่างๆและบอกว่าห้ามชนสมาชิกในบ้านทุกๆคน 
วัวถ้าบูชาได้ให้ใช้4ตัวหัน4ทิศ
เอาวัวหันหน้าชนกันจะเรียกลาภเรียกทรพัย์ เป็นเมตตา สู่เจ้าของ

วิธีบูชา
อาจารย์บอกว่าหากขายของไม่ดีให้อาราธนาแช่น้ำส้มป่อยพรมของเรียกลูกค้าได้
หากเจ้านายที่ทำงานโกรธให้อาราธนาแช่น้ำรดหัว
หากเข้าสงครามให้เอาโพกหัว
ถ้าเป็นคดีความให้เอาใบพุทราเขียนชื่อคู่ศรัตรูใส่แล้วเอาวัวหนีบไว้บอกกล่าววัวให้เราชนะ
อยากให้ผู้สาวรักให้เอาดอกไม้ขาวหอมๆแช่กับวัวปะพรมเรามันรักนักแล
ถ้าไปคุยธุระกิจกับเจ้ากับนายเอาวัวแช่กับนวด(สีผึ้ง)ทาปากไป
ไปเฝ้าเจ้าเข้าขุนให้เอาวัวแช่นํ้าหอมไปรักแล
สัตว์เลี้ยวเช่นวัวควายหมูสุนักแมวบ่อกินหญ้ากินอาหารแช่นํ้ให้กินดีนัก

จำนวนจัดสร้างด้วยกัน
1)ชุดกรรมการ ประกอบด้วยเนื้อเงิน สัมฤทธิ์แดง สัมฤทธิ์เหลืองอย่างล่ะตัวจัดสร้างจำนวน ๕๖ ชุด
2)เนื้อแร่กายสิทธิ์ จัดสร้างจำนวน ๓๔๖ ตัว
3)เนื้อสัมฤทธิ์เหลือง จัดสร้างจำนวน ๖๐๐ ตัว
4)เนื้อสัมฤทธิ์แดงจัดสร้างจำนวน ๖๐๐ ตัว
5)ลองพิมพ์ขนาดใหญ่ เนื้อทองเหลือง ๓ ตัว
6)ลองพิมพ์ขนาดเล็กทองเหลือง ๔ ตัวเนื้อแร่ ๒ ตัว



พระอาจารย์ปลุกเสกวัวธนูและวัตถุมงคลอื่นๆ วันที่ ๑ มกราคา ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๑.๐๐-๐๓.๕๗ น. เสกแบบอัดพุทธคุณเต็มๆ


วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์

วัวอุศุภราชเนื้อโลหะรุ่นแรก ปี ๒๕๕๗ พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์
พระอาจารย์พรสิทธิ์ พระอาจารย์อาคมขลัง ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส พระผู้เปรียบประดุจช้างเผือกกลางดง สมถะ มักน้อย สันโดษ มีเพียงเพิงกระต๊อบหลังเล็กๆ เป็นที่พำนัก (จำวัด) พระผู้ซ่อนเร้นอยู่กลางดง ผู้ถูกขนานนาม  “จอมขมังเวทย์แห่งสันป่าตอง” ปฐมบทแห่งวิชาท่านสืบทอดวิชาจากโยมบิดา อาทิ วิชาหายตัว (กำบังกาย),วิชารักษาโรคต่างๆ, วิชาเขียนเลขยันต์, วิชาทำตะกรุดกันผี, ทำตะกรุดใบลานใบโพธิ์ ๑๐๐ วัด, วิชาทำตะกรุด พระง่าง,วิชาทำเทียนต่างๆ, วิชาเอกของท่านคือ วิชาพญาเสือโคร่ง, วิชา พญาหนุมาน, พญาปุริสศาสตร์ ฯลฯ พระอาจารย์พรสิทธิ์ ท่านศึกษาตำรับวิชาต่างๆ ทางสายล้านนา-ล้านช้าง มีครูบาอาจารย์มากมายกล่าวไม่หมด ทั้งทางภาคเหนือ-กลาง-อีสาน และใต้ ทางด้านวิชานั้นท่านได้ศึกษามาหลายแขนงมาก ศึกษาวิชาจากพวกเงี้ยว ชาวเขา กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ พม่า มอญ ทางสายอีสาน ลาว เขมร ท่านก็ลุยมาจนหมดสิ้น ด้านอักขระเลขยันต์ ตัวเมือง ตัวมอญ ตัวขอมท่านก็แตกฉานไม่แพ้ผู้ใด ที่สำคัญลายมือท่านสวยมาก ลงจาร สักยันต์  หรือวาดรูปได้โดยไม่ต้องร่างแบบ เรียกได้ว่าเจนจบครบถ้วนกระบวนความเลยทีเดียว

Thursday, July 9, 2015

หุ่นพยนต์รุนแรก หลวงปู่ศวัส พ่อปู่ฤษี วัดเกษตรสุข


หลวงปู่ศวัส
ได้จัดสร้างหุ่นพยนต์ตามสูตรสายฤษี เมื่อหลายปีก่อนท่านสร้างมาเพียง ๙ ตัว ท่านได้นำไปฝังไว้ ๔ มุมของวัดทั้ง ๔ ทิศ ทั้งหมด ๔ ตนส่วนที่เหลือท่านแจกให้กับศิษย์ใกล้ชิดทั้งหมดได้เกิดอภินิหารมากมายหลายด้าน ลูกศิษย์หลายท่านบอกว่าทุกค่ำคืนมักจะเห็นคนเดินรอบบริเวณวัดตลอดโดยเฉพาะวันพระจะเห็นเป็นเงาดำคอยดูแลรอบวัดหลวงปู่ศวัสบอกว่าวิชาสร้างหุ่นพยนต์หรือการผูกหุ่นเป็นวิชาเก่าแก่ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาวิชานี้เป็นวิชาที่ครูปู่ฤษีของท่านได้รับสืบทอดมาหลวงปู่ศวัสถือเป็นรุ่นที่ ๕ ที่ได้เรียนการสร้างหุ่นพยนต์โดยการสร้างหุ่นพยนต์สามารถสร้างได้จากวัตถุอาถรรพณ์หลายอย่างตามแต่จะสะดวกหาได้เช่น
-โลหะอาถรรพณ์
-ดินอาถรรพณ์
-ไม้อาถรรพณ์
-ขี้ผึ้งอาถรรพณ์
-ของอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

คล้ายการสร้างวัวหรือควายธนูเหมือนกันคนสมัยก่อนมักจะสร้างหรือผูกหุ่นพยนต์เพื่อเฝ้าบ้านเรือนทรัพย์สิน แม้แต่เจดีย์เก่าก็ยังผูกพยนต์เฝ้าทรัพย์สมบัติไว้ผู้ที่คิดจะไปขุดหาสมบัติต้องเกิดอาเพศมากมายเคยมีบันทึกไว้เป็นหลักฐานยืนยันมาแล้วแม้แต่การขุดพบของโบราณตามเจดีย์เก่ายังเคยจารึกกล่าวเอาไว้ถึงการผูกหุ่นเช่นกัน

    หุ่นพยนต์ชุดนี้หลวงปู่ศวัสได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการสืบทอดวิชามิให้สูญหายอีกครั้งโดยสร้างขึ้นเพียงจำนวน  ๙๙ ตน เท่านั้น จากเนื้อดินอาถรรพณ์ ขณะนี้เหลือให้บูชาไม่มากแล้ว  โดยมีมวลสารดังนี้ ดินใจกลางกองฟอน ๗ ป่าช้า ดินดิน ๗ ป่าช้า ดินกลางถ้ำ ดินยอดจอมปลวก ตะใคร่เจดีย์เก่า ดินโป่ง ดินทาง ๓ แพร่ง ตะใคร่เสมา๗ วัด โดยเอาดินและผงทั้งหมดมาบดผสมกับกับผงยันต์ตามตำราวิชาครู แล้วนำไปปลุกเสกรอฤกษ์ยามมงคลจะต้องเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง  จึงนำมาปั้นด้วยมือขึ้นทีละตนโดนกำหนดเรียกหนุนธาตุเปิดอาการทั้ง ๓๒ กำหนดจิตให้เกิดนิมิต เห็นหุ่นพยนต์นี้เคลื่อนไหวมีชีวิตเป็นอันจบพิธีกรรมแล้วจึงนำไปลงรักปิดทองอีกครั้งเป็นอันจบพิธีกรรมหุ่นพยนต์หลวงปู่ศวัส มีสรรพคุณดังนี้ เป็นพรายกระซิบ บอกเหตุ เตือนภัยที่กำลังจะมาถึง รับเคราะห์แทนเจ้าของ บอกโชคให้ลาภ บอกหวย เรียกเงิน เรียกทอง เรียกทรัพย์ เสี่ยงดวงพนัน กันคุณไสยไล่อัปมงคล ไล่ผีเร่ร่อนได้ ช่วยทำมาค้าขาย เรียกคนเข้าร้าน ธุรกิจการงาน เฝ้าบ้าน เฝ้าของ เฝ้ารถ ทรัพย์สินเงินทอง กันขโมย หุ่นพยนต์ชุดนี้ หลวงปู่ศวัสได้จัดสร้างไว้เมื่อ เดือนพฤศจิกายน ปี๒๕๕๑ วันเพ็ญเดือน๑๒ วันพระจันทร์เต็มดวง

Wednesday, July 8, 2015

มีดเหน็บเสือดำ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ ปี ๒๕๕๖

หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ  เมตตาปลุกเสก ก่อนเข้าพรรษา ๒๕๕๖ และ จารนะชาลิติ ที่ปลอกมีด พร้อมทั้งเซ็นชื่อ อีกด้าน  ใบมีดจารโดยลูกศิษย์ หลวงพ่อพูล วัดบ้านแพน

มีดเหน็บเสือดำ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ ปี ๒๕๕๖


มีดเหน็บเสือดำ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ ปี ๒๕๕๖

มีดเหน็บเสือดำ หลวงปู่ชาญ อิณมุตฺโต (พระมงคลวรากร) วัดบางบ่อ ปี ๒๕๕๖


มีดเหน็บเสือดำ ชิ้นนี้เป็นผลงงานการตีจาก ช่างเบิ้ม ( ลูกชายช่างเพชร ครูมีด แก่งคอย ) ซึ่งได้รับถ่ายทอดกรรมวิธีการทำมีดโดยตรงจาก ช่างเพชร ประสพการณ์การตีมีดของช่างเบิ้มถึงปัจจุบันร่วม 30กว่าปี
ใบมีด  ขึ้นรูปร้อน ตีขึ้นรูปจากเหล็กแหนบด้วยมือ ชุบแข็งด้วยน้ำประมาณ ๓ ครั้ง ตามแนวคม ลึกประมาณ ๑ นิ้ว ปล่อยหลังออ่น ทิ้งผิว ไม่ขัดขาว ยาว ๑๐ ๕/๘ นิ้ว กว้าง ๑ ๓/๘ นิ้ว ความหนาโคนใบ ๕.๕ mm.
ด้าม ๔ ๓/๔ นิ้ว ความยาวรวม ๑๕ ๓/๘ นิ้ว
ฝัก  แก่นชิงชัน สีเข้ม ยึดหมุดทองเหลือง ๑/๔ นิ้ว ๒ จุด
ปลอกคอทองเหลือง ฝังสลักทองเหลืองเพิ่มความมั่นใจ ใบมีดไม่หลุดจากด้าม
ด้าม  ปลายเขาควายแกะเป็นรูปเสือนั่ง ขัดเงา แกะโดยช่างเปา แปดริ้ว จับถนัดเข้ารูปมีอ ใบมีด เข้าด้ามด้วยครั่งแท้